My Way In Life

posted on 09 Jan 2017 19:37 by raksaimok directory Lifestyle, Diary

ในชีวิตของคนหนึ่งคนอาจมีทางของตัวเองหลายทางให้เดิน ทางนั้นๆแม้จะเดินคนเดียวหรือมีคนเคียงข้างเราก็ต้องฝ่าฟันกับมันให้ได้

ชีวิตฉัน...อาจจะไม่มีเพื่อน ไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด

ชีวิตฉัน...ใช้เวลาส่วนมากกับครอบครัว เข้ามหา'ลัยก็ไปเรียนจังหวัดใกล้เคียงแบบเช้าไป-เย็นกลับบ้านตัวเอง โดยใช้เวลาเดินทางไม่เกิน1ชม.ทุกวัน ไม่ได้อยู่หอเหมือนคนอื่นเขา

ชีวิตฉัน...ถามว่าเหงาไหม ก็เหงานะ แต่ก็มีความสุขในเวลาเดียวกัน

ชีวิตฉัน...คนอื่นมองว่าน่าอิจฉา เพราะฉันเรียนเก่ง ส่งงานตรงเวลา ไม่ค่อยพูด ดูเรียบร้อย จึงดูเหมือนเด็กเรียน เพื่อนหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน ส่วนมากจึงเข้ามาหาด้วยผลประโยชน์ของตัวเอง เช่น ให้ฉันสอนงาน สอนการบ้าน พอหมดจุดจุดนั้นไปแล้วก็เดินผ่านกันไป แทบไม่พูดด้วยสักคำ มีแต่รอยยิ้ม

ชีวิตฉัน...มีทั้งคนที่เอ็นดู รักและคนเกลียด

ชีวิตฉัน...ตอนนี้เรียนครู แต่ใจฉันชอบในด้านการถ่ายภาพซะแล้วสิ บางครั้งก็สับสนตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่อทำอะไรกันแน่ แต่เมื่อมาลองคิดดูแล้วชีวิตคนเราสามารถเดินไปได้หลายทาง ถึงเวลาตัวเราแหละถึงจะรู้จริงๆ

ชีวิตฉัน...เคยพยายามจะเปลี่ยนตัวเอง ทำให้ตัวเองเป็นคนเฮอาปาร์ตี้ ช่างพูดช่างคุยเพื่อจะได้มีเพื่อนเหมือนคนอื่นเขาบ้าง เพราะรู้มาว่าวัยรุ่นสมัยนี้จะชอบคนแบบนี้ แต่ทำได้แค่1อาทิตย์ รู้สึกมันฝืนยังไงไม่รู้ มันไม่ใช่่ตัวเองเลย จึงเลิก กลับมาเป็นตัวเองน่าจะดีที่สุด

ขีวิตฉัน...อาจพูดได้ว่า ถ้าไม่ใช่ครอบครัว ฉันก็เหมือนเดินตามทางด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ไม่มีเพื่อนสนิท มีแต่เพื่อนที่เหมือนคนร่วมงานคุยกันได้ มันก็ว้าเหว่แปลกๆ

 

Final>>แต่...ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องไปให้ถึงจุดหมายของชีวิต การอยู่คนเดียว เราจะยิ่งได้ความstrongและประสบการณ์มากขึ้น

สำหรับเราครอบครัวคือแรงสำคัญที่ทำให้เรามีวันนี้ ชีวิตเรามีทั้งน้ำตาและรอยยิ้มไปพร้อมๆกันทุกวัน

มันก็ถือว่าโชคดีไม่ใช่หรือ ที่เรายังมีรอยยิ้ม ไม่มีแต่น้ำตาอยู่อารมณ์เดียว แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้วสำหรับชีวิตมนุษย์

smile

 

edit @ 9 Jan 2017 19:41:30 by MyselfTwo

edit @ 9 Jan 2017 19:45:55 by MyselfTwo

Hello! วันนี้ฉันจะพาทุกคนไปสัมผัสกับความงดงามของ"อำเภอเนินมะปราง" สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองไทย บอกได้เลยว่า Amazing Thailandมากค่ะ อำเภอนี้หลายคนอาจจะไม่รู้จักกันมากนักเพราะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ ผู้คนอยู่กันแบบสงบ เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย ดังนั้นเมื่อมาที่นี่ เราก็จะได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านด้วยค่ะ

 

 สถานที่ซึ่งเป็นไฮไลต์เด็ดของอำเภอเนินมะปรางมีอยู่2สถานที่ด้วยกัน คือ

 1.ขุนเขาบ้านรักไทย

  2.บ้านมุง

 

เราไปชมสถานที่แรกกันเลยดีกว่านะคะ

 

โอ๊ะ!แต่...ขอเตือนไว้ก่อนนะว่า ระ วัง จะ หลง รัก เนิน มะ ปราง เข้า ล่ะ

 

    วันที่14ธค.58 เราได้เดินทางมาพักค้างคืนกันที่สวนพงษ์แตง( Phongtang Garden Homestay )บนขุนเขาบ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในสถานที่จุดหมายของการเดินทางมาถ่ายภาพครั้งนี้ด้วย

 

ขอเล่าถึงความประทับใจในสถานที่แรกนะคะ...

 

 

    สวนพงษ์แตง หรือ Phongtang Garden Homestay เจ้าของคือลุงดำและป้าหนึ่ง เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เป็นกันเองมากกับนักท่องเที่ยวที่มาพัก เราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างอบอุ่นจากพวกเขาเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน โฮมสเตย์เป็นหนึ่งในเครือข่ายโฮมสเตย์ของบ้านรักไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาเลยค่ะ จุดเด่นของโฮมสเตย์นี้คือบรรยากาศภายในจะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย มีพรรณไม้หลากหลายงดงาม รอบข้างโอบล้อมไปด้วยสวนผลไม้ที่คุณลุงเป็นเจ้าของค่ะ พูดง่ายๆเปิดโฮมสเตย์และมีสวนผลไม้ส่งด้วย ดีแท้ ถือเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของโฮมสเตย์นี้ค่ะ และอีกจุดเด่นคือที่นี่มีจุดชมวิวที่ทางเดินไประเบียงสูง สามารถมองเห็นวิวได้แบบ360องศาเลย เหมาะกับการถ่ายภาพพานอรามาสุดๆ วิวมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตาเลย จากที่นี่สามารถมองเห็นเขาค้อได้ เห็นอีกอำเภอได้ เพราะเขาสูงอยู่ ที่ยี่บอกเลยว่ามาแล้วต้องเก็บภาพตะวันตกดินให้ได้ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง งามมากเลยที่นี่ จุดชมวิวฉากหน้าจะเป็นสวนผลไม้ของพงษ์แตง และฉากหลังก็จะเป็นวิวด้านล่างสวยๆแหละค่ะ

 

     เรื่องอาหาร...ที่นี่อร่อยมากเลยค่ะ ลุงดำเป็นคนลงมือทำเอง ไข่เจียวกับกระเพราหมู      อร่อยมากขอบอก พอตอนเช้าก็จะมีกาแฟ โอวัลตินมาเสิร์ฟให้ถึงที่ และอาหารเช้า ข้าวต้มทรงเครื่องนี่ก็หอม อร่อยมากเลยค่ะ ติดใจๆ ราคาก็เป็นกันเอง

 

       ตอนกลางคืน...ที่นี่ดาวเยอะมากเลยค่ะ เต็มท้องฟ้าเหมือนกับตอนที่เราเคยไปดูที่ท้องฟ้าจำลองเลย เห็นทางช้างเผือก(Milky Way)ชัดมาก น่าเสียดายที่กล้องเราถ่ายกลางคืนไม่เห็น บางคนที่มาก็มีจุดประสงค์เพื่อมาดูดาวนี่แหละ อุอิ

เมื่อคืนที่เรามาพักนี่เหมือนแจ็กพอตแตกเลยค่าา เพราะคืนนี้มีดาวตกพอดี เราได้ดูตั้งเกือบ20ดวงแน่ะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นดาวตกเยอะและมองชัดขนาดนี้มาก่อนเลย

 

  บ้านที่พัก...เราได้มาพักบ้านต้นไม้ค่ะ บ้านหลังนี้จะพักได้มากสุด3คนเท่านั้น ทุกอย่างครบครันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกาน้ำร้อน ผ้าปูที่นอน ทีวี พัดลมมีหมด บนระเบียงบ้านต้นไม้ก็มีเก้าอี้ให้นั่งชมวิว และยังมี...ห้องน้ำแบบเปิดด้วยค่ะ คือมีอ่างล้างหน้า ฝักบัวอาบน้ำและชักโครก ซึ่งตรงนี้แหละคือจุดเด่นของบ้านต้นไม้555+ ประมาณว่าทำธุระส่วนตัวไปก็สามารถดื่มด่ำชมวิวภูเขาไปด้วยได้เลยนะคะ(แต่ถ้ากลัวมีใครเห็นก็มีม่านปิดนะคะ อิๆ)

                                                 

        พูดได้ว่ามาพักที่นี่แล้วคุ้มมากจริงๆค่ะ ฤดูฝนที่นี่สามารถเห็นทะเลหมอกได้ด้วยนะคะ สวยมาก ตอนนี้อากาศกำลังเย็นสบายบนนั้น ไม่หนาวมาก ใครมีโอกาสมาเที่ยวเนินมะปรางก็ชวนให้มาเที่ยวมาพักที่พงษ์แตงโฮมสเตย์นะคะ บรรยากาศสนุกมาก อากาศดี ซึมซับธรรมชาติ ^^

 

บ้านต้นไม้ หรือ บ้านส่งตะวันของเราเจ้าาาา

 

ระเบียงชมวิวของบ้านส่งตะวัน บรรยากาศดูชิลๆ อยู่ในมุมสงบ

 

ทิวทัศน์มุมมองจากระเบียงบ้านส่งตะวัน งามมากเลยค่ะ

 

 

มีที่นั่งชมทิวทัศน์สวยๆยามเย็นใต้บ้านส่งตะวันด้วยน้าาา เผื่อใครไม่ได้สังเกต

 

บรรยากาศบริเวณพงษ์แตงโฮมสเตย์ยามเย็น ช่างงดงาม ดูฟินเว่อร์อ่ะ  embarassed

 

 

ภาพด้านล่างนี้คือบ้านชมวิวค่ะ สามารถพักเป็นหมู่คณะได้ กางเต๊นท์ที่ระเบียงชมวิวด้านบนก็ดีนะคะ วิวสวย ลมเย็น เห็นดาวชัดดีด้วย นอนดับดาวกัน อิๆ

 

 

ระเบียงชมวิวสวยๆได้อารมณ์จัดเต็มต้องที่นี่เท่านั้นค่ะ
โฮมสเตย์บ้านรักไทยอื่นก็มีจุดชมวิวสวยเหมือนกันนะคะ แต่ที่พงษ์แตงโฮมสเตย์เราได้เห็นวิวที่ต่างออกไปมาก คือ ฉากหน้าจะเป็นสวนผลไม้ของลุงดำบนเนินเขาที่ตั้งของโฮมสเตย์เรา และ ฉากหลังจะเป็นวิวด้านล่าง พูดง่ายๆนะคะ...วิวที่นี่มีสวนผลไม้มีจุดเด่น ทำให้ภาพที่เราถ่ายออกมาได้เรื่องราวที่มีความหมายนั่นเอง
 
 
 
 
 
ถ้ามาถึงบ้านรักไทย จังหวัดพิษณุโลก ทุกคนคงต้องไม่พลาดที่จะมาชมตะวันตกดินที่จุดชมวิว
ก่อนวันเดินทาง ป้าหนึ่งบอกทางโทรศัพท์เลยว่า...พยายามมาให้ทันตอนเย็นนะคะ
จะได้มาชมตะวันตกดินที่นี่ด้วยกัน สวยมากค่ะ
 
สุดยอด! สวยจริงๆด้วยค่ะ โชคดีจริงๆที่ครั้งหนึ่งได้มาที่นี่ แล้วจะกลับมาอีกนะคะ
ชอบมาก เลยจัดไปหลายช็อต  แชะๆๆ แต่ละช็อตท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยน
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอเอาตัวเองเข้ากล้องหน่อยนะ อิๆ
 
 
 
 
ตะวันตกดินแล้ว ฟ้ายังสวย
 
 
 
 
 ต่อมานะคะ ภาพด้านล่างคือ บ้านหลังใหญ่ค่ะ พักเป็นหมู่คณะ และกางเต๊นท์ได้เช่นกัน แต่จะมองเห็นวิวได้ไม่ค่อยชัดนะคะ เพราะต้นไม้ในบริเวณโฮมสเตย์เยอะมาก ก็จะได้เห็นแต่ภูมิทัศน์ธรรมชาติพรรณไม้สวยๆรอบบ้านค่ะ ใครที่ชอบอยู่กับต้นไม้ดอกไม้เตรียมจองบ้านหลังนี้ไว้ได้เลย
 
 
 
 
บรรยากาศทั่วไปบริเวณพงษ์แตงโฮมสเตย์ของลุงดำและป้าหนึ่งค่ะ บรรยากาศเหมือนรีสอร์ทมากกว่านะ เยี่ยมไปเลย ไปโฮมสเตย์มาก็หลายที่หลายจังหวัด บอกเลย...พงษ์แตงโฮมสเตย์นี่แหละ ตรงใจฉันมากที่สุดแล้ว
 
มีชิงช้าให้นั่งเล่นชมวิวด้วย สนุกเลย ฮูเร่ๆๆ
 
 
 
 
 
แสงยามตะวันตกดินแล้วช่างงดงาม เวลานี้แหละที่เขาบอกว่าสวยที่สุดเมื่ออยู่บนภูเขาหรือดอย
 
 
 
 
 
 
 
มาถึงที่นี่แล้ว...อย่าลืมCHECk IN กันนะจ๊ะ
 
 
 
 
ยามเช้า เราก็ออกมาชมวิวที่จุดนี้เหมือนเดิม ยามเช้ามีหมอกจางๆ 
 
ในภาพนี้ เมื่อคืนมีนักท่องเที่ยวคู่นึงมานอนชมดาวตกที่ระเบียงด้วย ><
 
 
 
วิวด้านล่างค่ะ พื้นที่เป็นทุ่งนาส่วนใหญ่ กล้องฉันเป็นคอมแพ็กถ่ายมาอาจไม่ค่อยชัด ซูมมาได้
เท่านี้แหละ
 
 
 
จำได้ว่า เมื่อวันที่เดินทางมา ตอนที่คุณพ่อขับรถพาฉันและคุณแม่ขึ้นเขามาตามถนน
สังเกตไปเห็นเขาเทือกเดียวกัน แต่อยู่คนละฟากมีมุมหนึ่งเป็นสวนผลไม้เรียงตัวกันเป็นแถวสวย
อยู่บนยอดเขาแบบนี้และมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ นั่นแหละ รู้ได้ทันทีว่า...ที่เห็นไกลนั่นต้องเป็นพงษ์แตงโฮมสเตย์ชัวร์ แล้วมันก็ใช่จริงๆด้วย
แหม่ สวนผลไม้ของลุงดำนี่เห็นโดดเด่นข้ามเขาอีกลูกเลยนะคะเนี่ย อิๆ
 
smile
 
 
 
ยังมีเวลาเหลือก่อนอาหารเช้า ไหนๆก็มาถึงโฮมสเตย์ในสวนทั้งที
ขอไปเดินเล่นชมสวนของครอบครัวพงษ์แตงสักหน่อยดีกว่า 
ในสวนบอกเลยว่าเงียบสงบ วิวดี บรรยากาศดีมากเลยค่ะ อากาศก็บริสุทธิ์
ที่นี่เป็นสถานที่ผ่อนคลายและพักใจสำหรับเราได้ดีเลยทีเดียว ต้องมาอีกแน่ๆ
 
 
 
 
ที่นั่งสำหรับคุยกันไปชมวิวไป
 
 
 
 
ก่อนกลับ ดื่มกาแฟโอวัลตินยามเช้าและโซ้ยข้าวต้มทรงเครื่องฝีมือลุงดำไปจนอิ่มเลย
มีพลังไปถ่ายภาพต่อที่บ้านมุง พร้อมละ
 
สุดท้ายจริงๆ...ขอถ่ายภาพรวมกับคุณพ่อคุณแม่ซะหน่อย
เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่ง...ฉันได้มาที่นี่นะ ^^
เอาจริงๆยังไม่อยากกลับเลย อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักคืน
 
 
 
 
....สำหรับผู้ที่สนใจจะมาสัมผัสกับลมหนาว หมอก ตะวันตกดิน และหมู่ดาวนะคะ....
 
 
 
 
ใครสนใจจะมาสัมผัสกับลมหนาวที่นี่...สามารถติดต่อได้ตามเบอร์ในภาพด้านบนนี้เลยจ้าา
 
081-9532062 >> ป้าหนึ่ง 
081-9917073 >> ลุงดำ (เบอร์ในภาพ)
ติดต่อได้ทั้งสองเบอร์เลย
 
Facebook : Phongtang's Garden
 

ทางขึ้นเขารักไทยจะมีอยู่2เส้นทางด้วยกัน ดังนี้

เส้นบ้านน้ำปาด จะเร็วและลัดมาก เป็นทางตรง แต่ค่อนข้างชัน มีโค้งหักศอก ต้องระวัง ถ้าจะให้ดีเราอ้อมมาทางอำเภอวังทองดีกว่า
 
- เส้นอำเภอวังทอง เป็นเส้นทางที่อ้อมนะ แต่ปลอดภัยกว่า มาเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านค่ายสฤทธิ์เสนาประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะเจอสะพานลอยข้ามถนน ใกล้ๆสะพานลอย มองทางซ้ายมือจะเจอโรงเรียนบ้านแก่งจูงนางติดถนนเลย ทางเข้าจะอยู่ถนนฝั่งขวามือจ้าา (คือตรงข้ามเยื้องกับโรงเรียนนั่นเอง) ให้เข้าไปทางนั้นเลย มันเป็นทางที่จะพาขึ้นบ้านรักไทย เข้าไปแล้วก็ขับขึ้นเขาไปตามเส้นทางนั้นเลย มันจะมีป้ายบอกตลอดอยู่แล้ว ผ่านน้ำตกไผ่สีทองไป พอถึงตรง"ป้ายต้อนรับสู่บ้านรักไทย" ก็ให้ค่อยๆขับเพื่อมองดูทางขวามือจะมีโรงเรียนรักไทยร่มกล้าอุปถัมภ์ จะมีซอยข้างโรงเรียนอยู่ให้เราขับเข้าไปเลย ขับไปเรื่อยๆจนใกล้สุดทาง ก็จะเจอพงษ์แตงการ์เด้นโฮมสเตย์อยู่ทางซ้ายมือ
...ถึงแล้ว!!!...

มากันนะ...บ้านต้นไม้รออยู่ อิๆ หรือจะเอาเต๊นท์มากางก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ อยู่กับธรรมชาตินิ
 
สุดท้าย...ฉันก็ขอขอบคุณความทรงจำและมิตรภาพดีๆที่ทางพงษ์แตงโฮมสเตย์ได้มอบให้กัน
 
...ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นจากครอบครัวพงษ์แตงมากๆเลยนะคะ
ลุงดำเป็นคนที่ขยันมาก พอทำความสะอาดบ้าน จัดของ และต้อนรับ บริการ ทำอาหาร ดูแลเราและแขกคนอื่นๆที่มาพักเสร็จแล้ว ก็ยังไปรดน้ำต้นไม้ ดูแลสวนของตัวเองต่อด้วย แทบไม่ได้หยุดพักเลย แต่ใบหน้าคุณลุงยังยิ้มอย่างสดใสได้ตลอด นั่นสามารถบอกได้ชัดเจนว่าคุณลุงมีความสุขมากที่จะได้ทำสิ่งเหล่านี้
ถามว่าอยู่บนเขาบนดอย เหงาไหม...ไม่เหงาจ้า มีแขกมาตลอด
ได้เปิดใจ พูดคุยได้เฮฮาเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันอย่างนี้
แทบไม่รู้จักคำว่าเหงาเลย อิๆ ...
 
ก็ชวนนะคะ...มาเที่ยวบ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปรางกัน
สถานที่สวยๆ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่
หรือภูทับเบิก ที่พิษณุโลกก็สวยไม่แพ้กัน
 
เดี๋ยวถ้าว่างเมื่อไหร่จะลงตอนที่2 บ้านมุงนะคะ
ทริปนี้อย่างที่บอก อำเภอเนินมะปรางมีไฮไลต์2สถานที่
ก็จะมีทั้งหมดสองตอน ต้องไปให้ครบสิ อิๆ รอติดตามกันด้วยนะคะ
สำหรับใครที่เป็นนักถ่ายภาพก็ช่วยติชมภาพด้วยนะคะ ฝึกจับกล้องมาได้ 3ปีแล้ว
 
....ขอบคุณค่ะ...Smiley
 
 
ติดตามผลงานภาพถ่ายของรักสายหมอกได้ที่ https://www.facebook.com/LoveTalemok/
 
 
 
 
...Good Luck To Travel....
 
 

 การที่เราได้ไปถ่ายภาพตามชีวิตความเป็นอยู่อันเรียบง่ายตามชนบทหรือพื้นที่ธรรมชาติต่างอำเภอในชัยนาท มักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงบทเรียนอันล้ำค่าของชีวิตมนุษย์อยู่เสมอ นี่แหละคือการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่แท้จริง ได้เปิดโลกกว้างรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต ^^


นี่...คืออำเภอหนึ่งที่หมู่บ้านถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์

 

 

 

ยามเช้าเรามักจะเห็นชาวบ้านบริเวณนี้มาจับปลาบ่อยๆ นับเป็นภาพวิถีชีวิตที่น่างดงามจริงๆ

 

 

ยามสายหน่อยๆพอหาปลาเสร็จ พวกเขาก็จะกลับบ้านกัน

ชาวบ้านแถวนี้มีหลายคนที่ยังใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางไปมาหาสู่กันในหมู่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง


ที่นี่...เป็นเพียงแค่ตำบลเล็กตำบลหนึ่งของอำเภอนี้ ชื่อว่า"ตำบลท่าลาภ"

 

 

ชาวบ้านแถวนี้จะทำสวนทำไร่ ทำนาเป็นอาชีพหลักในการดำรงหาดลี้ยงชีพ


อีกอำเภอหนึ่ง...ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตอันงดงามกับสายธารานับแต่โบราณกาล

 

 

ยามเย็นผู้คนมักจะออกมาตกปลาเพื่อยังชีพ

ที่นี่เปรียบเสมือนสถานพักพิงใจของชาวบ้านในอำเภอนี้และชาวต่างจังหวัด

 

...ชาวบ้านแถวนี้ยังคงยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีชีวิตชนบทดั้งเดิมอย่างเรียบง่าย

ทุกคนมีความสุขกับการทำมาหากิน เอาเหงื่อแลกกับการที่ครอบครัวตัวเองจะความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ต้องลำบากมาก นี่แหละความสุยที่แท้จริง มันคือความสุขที่ใจ หาใช่ฐานะ ชื่อเสียง เงินทองพวกนั้ยล้วนเป็นของนอกกายทั้งนั้น...

 

ฉันอยากถามกับทุกคนที่เข้ามาเยือนว่า...ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร

ระหว่าง...มีบ้านอยู่ในตัวเมืองอันสะดวกสบาย กับ มีบ้านอยู่ในชนบทเล็กๆรอบด้านมีแต่ทุ่งนา

 

   ในความคิดของฉัน...ในตัวเมืองนั้นเป็นสิ่งทื่ฉันชอบมากที่จะอยู่ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เราครบครัน ของกินของใช้มีหมด สิ่งบันเทิง เทคโนโลยีช่วยผ่อนคลายเยอะแยะ

    แต่...หากพูดถึงตามชนบทที่มีแต่ทุ่งนา ร้านหรือห้างสรรพสินค้าก็ไม่มีสักอย่าง เราได้เห็นแต่

อาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวน อยู่ที่นี่นานๆน่าเบื่อก็จริง แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ หลายคน

อาจงงว่า เอ้า มันจะไปผ่อนคลายได้ยังไง สื่อบันเทิงอะไร ก็ไม่มี มีแต่นา บ้านเล็ๆและต้นไม้ใบ

หญ้า ฉันขอตอบเลยว่า...ก็เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เรายิ้มออกมาได้ ลองคิดถึงรถราที่

ติดแน่นในตัวเมืองยามมาโรงเรียนสิ ฝุ่นเยอะ อากาศก็เป็นพิษ ต่างจากตามชนบทซึ่งแม้จะเป็น

ทางเล็กๆแต่รถกลับไม่ติดเลย ยามเช้าเราก็ได้เห็นเด็กหลายคนขี่จักรยานมาโรงเรียนกันเป็นกลุ่ม

บางคนก็เดินมากับพี่น้อง อากาศตามทางยามเช้าก็เย็นสบาย แดดไม่ร้อนมาก ได้ยินเสียงนกและ

เสียงใบไม้ที่พัดตามแรงลม อากาศที่นี่ช่างบริสุทธิ์ ชาวบ้านก็เป็นกันเองกับเรา เดินผ่านก็ยิ้มให้

อย่างเป็นมิตร คอยช่วยเหลือกัน นี่สิจึงจะเป็นความสุขที่แทhจริง...ชนบททำให้ฉันเกิดความหลง

รักในตัวมันเข้าแล้วเมื่อได้ไปสัมผัสเอง

 

ฉันจึงได้บอกไงว่า...ฉันชอบอยู่ในตัวเมือง แต่ฉันหลงรักชนบท


winkinnocentsmile